dot
dot
bulletแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.1
bulletใบแนบ ภ.ง.ด.1
bulletแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.3
bulletใบแนบ ภ.ง.ด.3
bulletแบบฟอร์ม ภ.ง.ด.53
bulletใบแนบ ภ.ง.ด.53
bulletแบบฟอร์ม ภ.พ.30
bulletใบแนบ ภ.พ.30
bulletหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย
bulletบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บอจ.5
bulletหนังสือมอบอำนาจ
dot
dot
bulletแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง
bulletหนังสือนำส่งแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน
bulletแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน
bulletแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ
bulletแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง (สปส6-15)
dot
dot
bulletแผนผังเวปไซต์กรมสรรพากร
bulletสถานที่ติดต่อกรมสรรพากร
bulletติดต่อหน่วยบริการภาษี
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมศุลกากร
bulletอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน
bulletKBank-BizNet
bulletDBD E-Magazine
dot
dot
bulletGoogle Search
bulletพจนานุกรมอังกฤษ-ไทย
bulletManager online
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bulletNation Group
bulletBangkok post
bulletRadio Online
bulletการเงินการธนาคาร
bulletค้นหารหัสไปรษณีย์
bulletวันหยุดประจำปี พ.ศ. 2558
dot

dot




การเก็บรักษาเอกสารทางบัญชีและภาษีอากร

 

การเก็บรักษาเอกสาร และรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ตาม พรบ.การบัญชี

 

การเก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน และรายงานตามประมวลรัษฎากร

การเก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน และรายงานในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตาม มาตรา 87/3 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) ดังนี้

 

1. สถานที่เก็บรักษา

     ให้เก็บไว้ ณ สถานประกอบการที่จัดทำรายงานนั้นหรือที่อื่นที่อธิบดีฯกำหนด

     กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับอนุมัติให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีรวมกัน ณ สถานที่ประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่

     การจัดเก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน และรายงาน ก็ให้ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

 

2. กำหนดเวลาในการเก็บรักษา

    เก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน และรายงาน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวันทำรายงานแล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีดังนี้

2.1 ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตาม มาตรา 85/3 การเก็บรักษารายงานและเอกสารดังกล่าว ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาตามที่อธิบดีฯกำหนด แต่ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกินกว่า 5 ปี

2.2 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ ให้ผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีหรือผู้ที่มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงาน จัดเก็บรายงาน และเอกสารต่างๆ ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ตนรักษาอยู่ในวันเลิกกิจการ ต่อไปอีก 2 ปี ( 2 ปี นับแต่วันเลิกกิจการ)

2.3 ในกรณีที่เห็นสมควรอธิบดีฯ จะกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเก็บรักษา รายงานและหลักฐานต่างๆ ดังกล่าวไว้เกิน 5 ปี ก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 7 ปี

 

3. การเก็บรักษาใบกำกับภาษี และหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบการลงรายงานภาษีซื้อ ให้จัดเก็บเรียงตามลำดับและตรงตามรายการในรายงาน ดังต่อไปนี้

3.1 ให้จัดเก็บแยกต่างหากจากเอกสารหลักฐานอื่น

3.2 แยกเก็บเป็นรายเดือนภาษี

3.3 เรียงตามลำดับ วัน เดือน ปี ที่เกิดขึ้นก่อนหลัง (ตามวันที่ที่ได้รับใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้)

3.4 ให้เลขที่กำกับใบสำคัญดังกล่าว โดยเรียงตามลำดับขึ้นใหม่ทางด้านบนขวาของใบสำคัญนั้นๆ

 

เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถทำลายเอกสาร หลักฐาน ดังกล่าวได้

 

 

การเก็บรักษาเอกสาร หลักฐาน ตามกฏหมายว่าด้วยการบัญชี (ตาม พรบ.การบัญชี พ.ศ.2543)

กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีดังนี้

 

1. ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี ต้องเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ณ สถานประกอบธุรกิจ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสารวัตรบัญชีหรือสารวัตรใหญ่บัญชี ให้เก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่น

 

2. ระยะเวลาในการเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชี

    ให้เก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี หรือจนกว่าจะมีการส่งมอบกรณีเลิกประกอบธุรกิจโดยเหตุผลอื่น นอกจากเหตุล้มละลาย แต่เมื่อได้เก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แล้ว จะขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชี หรือ สารวัตรบัญชี ไม่เก็บรักษาต่อไปก็ได้

 

การยื่นคำขออนุญาตไม่เก็บรักษาบัญชีดังกล่าว ผู้มีหน้าที่ทำบัญชีจะต้อง

1. เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีสำหรับปีนั้นมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี

2. มีหนังสือของกรมสรรพากรแสดงว่าได้ชำระภาษีครบถ้วนแล้วสำหรับปีนั้นๆ เว้นแต่ในกรณีที่มีการลงรายการบัญชีด้วยเครื่องจักรทำบัญชี หรือในกรณีที่มีการถ่ายลงในไมโครฟิล์ม โดยได้แจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีแล้ว จะไม่ส่งหนังสือของกรมสรรพากร แสดงว่าได้ชำระภาษีครบถ้วนแล้วในปีนั้นๆ